ติดต่อผ่าน Line

Add Friend

#102207

วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

วิธีการเลือกที่ชาร์ตแบตสำรอง

วิธีการเลือกที่ชาร์ตแบตสำรอง (Powerbank)

    Powerbank คืออะไร คำถามสำหรับมือใหม่ที่พบได้เสมอ  Power bank คือที่จ่ายไฟ หรือชาร์จไฟแบบพกพาได้ มีประโยชน์ให้เราๆ ท่านๆ พกพาไปไหนมาไหนก็ได้ตลอดเวลา ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาหาที่ชาร์จ SmartPhone ในช่วงเวลาสำคัญๆ   เนื่องจากปัจจุบัน เทคโนโลยีของ Battery บนเครื่อง SmartPhone ยังไม่สามารถพัฒนาได้ทันต่อการใช้พลังของของเครือค่าย 3G รวมถึงทั้ง Application ต่างๆก็ผุดขึ้นมา ทำให้เราต้องใช้งานเจ้า Smartphone กันตลอดทั้งวัน

วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2557

แกะเปลือก Eloop E13 13000 mAh ของแท้ ทั้ง 4 สี


    เนื่องจากลูกค้าหลายๆท่านได้สอบถามรายละเอียดของ เจ้า Powerbank ยอดฮิต อย่าง  Eloop E13  ที่ปล่อยสีต่างๆ ออกมา  ท่านลูกค้าจึงเกิดคำถามว่า  Eloop E13 ของแท้ ทั้งหมดที่จริงมีกี่สี ?   Caseintrend shop จึงขอมานำเสนอรายละเอียดต่างๆ ทั้งหมดของ Eloop E13 แท้ให้ได้ชมกัน 

Eloop E13
  Update ล่าสุด ขนาดนี้  Eloop มีทั้งหมด 4 สี  คือ สีขาว  สีดำ สีเทา[เนื้อทราย] สีอิฐ [เนื้อทราย]  
  ส่วนคุณสมบัติของเครื่อง
Model                 : eloop  E13Cell  แบตภายใน   :  Li-polymer battery (แบตชนิดเดียวกับเครื่อง iPhone)Capacity ความจุ   : 13000mAhCharging time ระยะเวลาชาร์จ :  12 hrs.Input กระแสไฟเข้า    : DC 5.0V -  1AOutput กระแสไฟออก : DC 5.0V- 2.1 A (Max)Output 2 กระแสไฟออก : DC 5.0V-1 A Dimension ขนาด      : 153x73.5x14.5mmWeight  น้ำหนัก       : 274g
 Eloop E13 หลากสี
 รายละเอียดของทั้ง 4 สีนั้น   ข้างใน มีความจุ วงจร ความอึดความทน  เหมือนกันหมดทุกประการ  แต่ต่างที่ผิวภายนอกของ แต่ละสีเท่านั้นเอง ทุกท่านจึงมั่นใจได้ว่า แต่ละสีนั้น คุณภาพเช่นเดียวกันไม่ต้องกังวล อีกต่อไป 
   โดนผิวแต่ละสีนั้น จะแบ่งเป็น 2 แบบหลักๆ
 1. ผิวเรียบเนียน   ทั้ง สีขาวและ สีดำ จะมีผิวเรียบเนียน เช่นเดียวกัน วัสดุจะทำจาก ABS มีความแข็งแรงทนทาน ยึดหยุ่นสูง ใช้ไปนานๆ ไม่เกิดสีเหลือง (เป็นคำถามที่ลูกค้าหลายๆท่านถามบ่อยๆ )    
    โดยสีดำ จะมีลักษณะ เป็นดำด้าน ไม่หลุดลอก  สีดูเข้มเหมาะสำหรับท่านที่ชอบแนวเข้มๆ ยิ่งนัก Smile
Eloop สีขาว และ สีดำ
Eloop E13 สีดำ
   2  ผิวทราย   แบบนี้มี 2 สีให้เลือก คือ สีอิฐ  และ สีเทา  ลักษณะผิวสัมผัส คือเมื่อรูดแล้ว จะฝึดมือ เหมือนมีทรายเกาะ แต่ให้ความรู้สึกเป็น texture ที่ดีอีกแบบ เหมือนได้สัมผัสก้อนหิน   ข้อดีคือ ทำให้ไม่เกิดความมัน ที่บริเวณพื้นผิวของ Eloop E13 
เปรียบเทียบ Eloop ผิวทราย

Eloop 4 สี
 รูปที่เทียบกัน ระหว่าง 4 สี 
ขนาด Eloop E13 เมื่อเทียบกับ iPhone5s 
ขนาดเมื่อเทียบกับ iPhone5s
Port ใช้งาน Powerbank Eloop

มี 2 Port เหมือนกันทุกประการ

หากท่านต้องการชมรีวิว Eloop ผิวทราย แบบเต็มๆ  คลิ๊กเลย
หากท่านต้องการชมรีวิว Eloop สีขาว แบบเต็มๆ  คลิ๊กเลย

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

แก้ปัญหาสายชาร์จปลอมกับ ios7

   ข่าวร้ายของผู้ใช้สายปลอม โดยทาง Apple ได้เริ่มเห็นถึงความปลอดภัยและได้เพิ่มฟีเจอร์การตรวจสอบสาย Lightning ปลอมออกมา (หรือต้องการจะขายเฉพาะสายแท้เท่านั้นหว่า อิอิ Tongue Out)โดยฟีเจอร์นี้ส่งผลให้ iPhone5 ไม่สามารถใช้งานชาร์จปลอมที่เรามมีกันอยู่ชาร์จไฟได้ โดยจะขึ้นข้อความ Error ดังภาพข้างล่างนี้


ซึ่งจะทำให้เราไม่สามาถชาร์จไฟเข้าเครื่องได้ 

   เนื่องจากทาง caseintrend ต้องการให้คนไทยประหยัด  อิอิ ใช้สายถูกๆกันก็พอเนอะ ไปซื้อของ app store ไหวได้ไง ตั้ง 690 บาทแพงเฝ่อ 
ดังนั้นเรามาเริ่มทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ดีกว่า 

วิธีแก้ปัญหา iOS7 ให้สามารถใช้สาย Lightning ปลอมได้
1. เสียบหัว adapter หัวชาร์จไอโฟน5 เข้ากับสาย USB ของสายชาร์จ Lightning cables (สายชาร์จไอโฟน5)
2. เสียบสายชาร์จ Lightning cables (สายชาร์จไอโฟน5) เข้ากับ iPhone 5
3. หน้าจอจะมี error ขึ้น ทำการกดปุ่ม Dismiss บนหน้าจอไอโฟน5
4. กดปุ่ม Power เพื่อ lock หน้าจอ
5. กดปุ่ม Home  กด Slide to Unlock บนหน้าจอ เพื่อเข้าสู่ Home screen
6. ถอดสาย  Lightning cables (สายชาร์จไอโฟน5) ออกจาก iPhone
7. เสียบสายชาร์จ Lightning cables (สายชาร์จไอโฟน5) เข้ากับ iPhone 5 อีกครั้ง 
8. กดปุ่ม Dismiss บนข้อความแจ้งเตือนที่หน้าจอ อีกครั้ง จากนั้นตรวจสอบที่ iPhone5 จะพบว่าไฟเริ่มชาร์จเข้าเครื่องแล้ว

หมายเหตุ : 95% ของสายที่ทาง caseintrend ได้ทดสอบสามารถใช้วิธีนี้ได้ค่ะ   หากใครทดสอบแล้วยังใช้ไม่ได้จิงๆ ต้องซื้อสายเพื่อใช้ใหม่แล้ว  Cry

หากต้องการ สายชาร์จไอโฟน5 เพื่อ support iOS 7 สามารถเลือกซื้อได้  ที่นี่เลยจ้า 

วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

ข้อมูลหลุด iPad5 พร้อม สเปค ที่คาดว่าจะออกมา

ข้อมูลหลุด  iPad5  พร้อม สเปค ที่คาดว่าจะออกมา



 นักวิเคราะห์คาดว่า iPad 5 จะมาพร้อมชิป Apple A7X ซึ่งอาจจะเป็น ชิปตัวเดียวที่ใช้กับ iPhone5s และใช้หน้าจอแบบ Retina display 
 ซึ่งทั้งหมดเป็นรูปที่หลุดมา

 ภาพจอด้านหน้า ipad 5  รูปลักษณ์ของ iPad 5 จะมีหน้าตาคล้ายกับ iPad mini ซึ่งคาดว่าจะใช้เทคโนโลยีเดียวกันเพื่อทำให้จอบางลง แต่มีขนาดใหญ่กว่านั่นเอง (จอขนาด 9.7 นิ้ว)

 ข้อมูล Spec iPad 5 ที่คาดการณ์ว่าจะออกมา 
 - Chipset Apple A7X 
 - หน้าจอ 9.7 นิ้ว with Retina display
 - ขนาดของ battery  8,500 - 9,000 mAh 

ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมของ iPad5 จาก caseintrend จะนำเสนออย่างต่อเนื่องต่อไป 

วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Powerbank ใช้กันอย่างไรอย่างไร ?

Powerbank ใช้กันอย่างไรอย่างไร ?
 เกริ่นนำ
     ปัจจุบันโทรศัพท์รุ่นใหม่ เมื่อทำการต่อ 3G จะใช้พลังงานไฟเยอะมาก ผู้ใช้ในปัจจุบัน จึงต้องหาแหล่งพลังงานสำรองแทนการนั่งรอชาร์จมือถือที่เต้าเสียบแทน
วันนี้ Caseintrend จึงขอเขียนบทความง่ายๆ เพื่อการใช้งาน Powerbank อย่างถูกวิธี ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น

อุปกรณ์พื้นฐานของ Powerbank ที่มักจะมี 
1.ตัว Powerbank เอง (ก็เรากำลังจะพูดถึงมันนี่น่า อิอิ)
2. สายชาร์จ และ หัวชาร์จ จะแถมหัวชาร์จ ไม่เหมือนกัน  และสายชาร์จมาไม่เหมือนกัน (จุดนี้ไม่ต้องห่วงเราสามารถใช้สายชาร์จที่ติดมากับมือถือ มาใช้ร่วมกันได้)
3. อุปกรณ์เสริม บางรุ่นจะมีสายคล้องแขน  สายคล้องคอ  ฯลฯ  ซึ่งแล้วแต่รุ่น 

เรามาเริ่มการใช้งานกันเลย 

1. แกะอุปกรณ์พื้นฐานออกมาก่อน จะมีอุปกรณ์ประมาณนี้ (จะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น)
2. ทำการเสียบสายที่มีมาให้เข้ากับ เครื่องโทรศัพท์ และpowerbank จากนั้นกดปุ่ม Power on  (บางรุ่นอาจจะไม่จำเป็นต้องกด on ก็จะสามารถใช้งานได้เลย อันนี้รบกวนผู้ใช้อ่านคู่มือในแต่ละรุ่นประกอบ)
                          จะมีไฟเข้าเครื่องแล้ว ว้าววว  
3. มาต่อกันที่วิธีการชาร์จไฟเพื่อเก็บพลังงานให้ Powerbank กัน ที่หลายคนสงสัย

 -  วิธีการชาร์จก็ไม่อยากอะไรเลย  ปกติ ที่ Powerbank  จะมีตัวหนังสือบอกอยู่แล้ว ว่า input หรือ output  ซึ่งเราต้องการเก็บไฟเข้าตัว powerbank ใช่ไหม ดังนั้นมองหาช่อง input ได้เลยจ้า
 
 - เมื่อเจอแล้วก็เสียบสายลงไป ปลายอีกด้านนึงให้เสียบกับหัวชาร์จ ของมือถือ  หรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเรา 

  จากนั้นรอเลยจ้า จนกว่า ไฟจะเต็ม (ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับ ขนาดความจุของ powerbank แต่ละรุ่นเป็นสำคัญ)

TIP:  เพื่อยึดอายุการทำงานของ PowerBank  อย่าใช้ powerbank จะหมด เพราะจะทำให้แบตเสื่อมเร็ว พยายามชาร์จเมื่อ Powerbank ใกล้หมด หรือ เมื่อมีโอกาสทันที

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คาดการณ์ iPhone5 จะมาพร้อมกับสีทอง

 คาดการณ์ iPhone5 จะมาพร้อมกับสีทอง


 จากข้อมูลหลุด ที่น่าเชื่อถือ คาดว่า iPhone5s จะออกมาพร้อมกับสีทอง ซึ่งหน้าตาน่าจะเหมือนรูปที่หลุดมา
    ซึ่ง Apple คิดว่า สีดังกล่าวน่าจะทำตลาดได้ดีใน ประเทศจีน และ อินเดีย  ซึ่งจากการสำรวจล่าสุด Apple ได้เสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับมือถือค่าย Samsung มากขึ้นในทั้ง 2 ตลาดดังกล่าว

ตามข่าวดังกล่าว  คาดว่า Apple จะทำการเปิดเผยตัว iPhone5s  และ ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆในวันที่ 10 กันยายนนี้

เห็นภาพหลุดอย่างนี้แล้ว เหมือนกับว่า เคสiPhone5  จะใช้ได้กับ iPhone5s ด้วยนะเนี่ยะ ^_^

วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วิธีติดฟิล์มกันรอยโทรศัพท์มือถือ

เนื่องจากมีลูกค้าหลายๆ ท่านมักเกิดคำถามว่า ติดฟิล์มกันรอย ยากไหม อยากติดเอง ไปติดที่ร้านมักใช้ฟิล์มไม่ดี หรือ ติดไม่ละเอียด เบี้ยวบาง เอียงบ้าง

    เชื่อว่าทุกท่านคงได้ติดทำการติดฟิล์มจากร้านมาตั้งแต่ตอนซื้อมาใหม่อยู่แล้ว ในบทความนี้จึงจะอธิบายเริ่มสำหรับท่านที่ต้องการเปลี่ยนฟิล์มกันรอยมือถือ ในสไตล์ของ Caseintrendshop

* กรณีท่านที่ไม่มีฟิล์มของเก่า (เครื่องใหม่) ให้ข้ามข้อ 1 ไปที่ ข้อ 2 ได้เลย

เอาหล่ะ มาเริ่มกันเลย

เริ่มแรก ท่านควรมีอุปกรณ์ดังนี้
1. ผ้านุ่มๆแบบไม่มีขน (เอาไว้เช็ดทำความสะอาดคราบมัน)
2. สก๊อตเทป (ตัวช่วย ดึงฟิล์ม ดึงฝุ่น)
3. บัตรประชาชน หรือ การ์ด อะไรก็ได้ (ไว้ไล่ฟองอากาศ)

ขั้นตอนดังนี้

1. แกะฟิล์มอันเก่าออกก่อน

เคล็ดลับ :
- ใช้สก๊อตเทปติดบนฟิล์มกันรอยแผ่นกันแล้วค่อยๆดึงออก
- อย่าเปิดพัดลมขณะติดฟิล์ม เพราะจะทำให้เกิดฝุ่นปลิวมาติดมือถือ
- วางเครื่องบนผ้านุ่มๆที่เตรียมไว้

2. สำหรับมือใหม่หลังจากแกะฟิล์มแล้ว ทิ้งไว้สักพักจะเกิด ฝุ่นปลิวมาติดหน้า จอ หรือ อาจจะเอามือไปโดนจนเป็นคราบมัน ให้ใช้ผ้าที่แถมมากับฟิล์มโฟกัส นั่นแหละคะ เช็ดๆ ให้ทั่ว จากนั้น ให้ใช้สก๊อตเทปค่อยๆ แตะฝุ่นที่ยังค้างบนหน้าจอ

เคล็ดลับ :
- ควรใช้ผ้าเช็ดเบาๆ บริเวณหน้าจอ เพราะอาจจะทำให้หน้าจอเกิดริ้วรอยได้
- หากมีคราบมันติดหน้าจอ แล้วเช็ดไม่ออก ให้ใช้สก๊อตเทป แปะแล้วดึงคราบมัน ออกมา

3. นำฟิล์มกันรอยออกมา ทำการลอกแผ่นติดฟิล์มกันรอย หมายเลข 1 ออกค่ะ  แล้วเอาด้านนั้น ติดลงไปบนไอโฟน ของเรานะคะ

เคล็ดลับ :
- ควรเริ่มติดบริเวณปุ่ม Home ก่อนนะคะ และเล็งให้รูลำโพง และ กล้องด้วย
- ใช้บัตรบัตรที่เราเตรียมไว้ค่อยๆรูด เพื่อไล่ฟองอากาศ (ดูได้จาก clip ที่ 2)

4. จากนั้นดึงฟิล์มหมายเลข 2 ออก ใช้ผ้าที่เตรียมไว้ ค่อยๆ ไล่ฟองอากาศออก

เคล็ดลับ :
- หากยังมีฝุ่นอยู่ ให้นำสก็อตเทปมาแปะที่มุมใกล้ๆ กับจุดที่มีฝุ่นอยู่ จากนั้นดึงขึ้น แล้วใช้สก๊อตเทปไล่เก็บฝุ่น อย่าติด สก๊อตเทปให้แน่นจนเกินไปจะดึงออกยาก
- หากติดแล้วไม่ตรงตำแหน่ง ให้ใช้สก๊อตเทป แปะที่ตัวฟิล์ม ยกฟิล์มขึ้น สามารถติดได้ใหม่อีกครั้ง



 จบแล้ว เป็นไงง่ายหรือป่าวคะ วิธีติดฟิล์มกันรอยขั้นเทพ ตามstyle Caseintrend